0 / 39 เสร็จ
Stage 01 — Pre-Call
ก่อน
คุย
เตรียมให้พร้อม 100% ก่อนโทรหรือนัด เพราะโอกาสที่สองไม่ค่อยมี
ความพร้อม0 / 10
เอกสารต้องมีในมือ
One-pager / Service Page
จำเป็น
ลิงก์หรือไฟล์พร้อมส่งทันทีที่เขาสนใจ ไม่ต้องรอทำใหม่
Workflow Blueprint
จำเป็น
ภาพรวม Operating System ที่เราจะสร้าง ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพ
Service Package + ราคา
จำเป็น
รู้ราคาทุกแพ็กเกจ ตอบได้ทันทีไม่ต้องรอถาม
Cold Call Script พร้อมในหัว
จำเป็น
Hook 10 วินาที + Objection 4 แบบ ซ้อมพูดก่อนโทรอย่างน้อย 2 รอบ
รู้จักลูกค้าก่อน
ชื่อและตำแหน่งคนที่จะคุย
จำเป็น
หาจาก LinkedIn หรือเว็บบริษัท อย่าโทรหา HR เพราะไม่ใช่คนตัดสินใจ
รู้ว่าบริษัทมีปัญหาอะไร
จำเป็น
ดู Job Post, เว็บ, Social — ใช้เวลา 5 นาทีก็พอ เพื่อ Customize Hook
ตั้งเป้า Call ให้ชัด = นัด Meeting
เตือน
เป้าไม่ใช่ปิดขาย ย้ำในหัวก่อนโทรทุกครั้ง ไม่งั้นจะรีบเสนอราคาเร็วเกิน
Logistics
Email Follow-up Draft ไว้แล้ว
จำเป็น
แก้แค่ชื่อ ส่งได้ใน 5 นาทีหลังวางสาย — อย่าปล่อยให้ลอยค้างคืน
ปฏิทินว่าง 2 ตัวเลือกสำหรับนัด
จำเป็น
เสนอ "พฤหัส หรือ ศุกร์" ทันที อย่าถามปลายเปิด เขาจะตอบว่าเดี๋ยวติดต่อกลับ
รู้ว่าถ้าได้งานจะดึงใครมาช่วย
ควรมี
Freelancer สำรองที่รู้ Rate และความสามารถ ไม่ต้องรีบหาหลังปิดดีล
Stage 02 — During Meeting
ระหว่าง
คุย
ฟังมากกว่าพูด ถามมากกว่าเสนอ นี่คือกฎข้อเดียวที่ต้องจำ
ความคืบหน้า0 / 8
สิ่งที่ต้องทำ
ถามปัญหาก่อน อย่าเพิ่งขาย
จำเป็น
"ตอนนี้ทีมเจอปัญหาเรื่องอะไรมากที่สุด?" ฟังให้จบอย่างน้อย 3 นาที
จดปัญหาที่เขาพูดถึงด้วยคำของเขา
จำเป็น
ใช้คำเดิมในการ Propose ทีหลัง ลูกค้าจะรู้สึกว่าเราเข้าใจจริง
ถามงบประมาณตรงๆ
จำเป็น
"มีงบสำหรับเรื่องนี้ประมาณเท่าไหร่ครับ?" ถามก่อนเสนอราคา ไม่งั้นเสียเวลาทั้งคู่
ถามว่าใครตัดสินใจ
จำเป็น
"นอกจากคุณมีใครต้อง Approve ด้วยไหมครับ?" รู้ก่อน ไม่งั้น Proposal ไปผิดคน
เสนอ Quick Audit เป็น First Step
แนะนำ
ลดความเสี่ยงลูกค้า เขาตัดสินใจง่ายกว่า แล้วค่อย Upsell ทีหลัง
นัด Next Step ก่อนจบ Meeting
จำเป็น
"ผมส่ง Proposal ใน 2 วัน แล้วโทรติดตามวันพฤหัสได้ไหมครับ?" อย่าปล่อยลอย
ห้ามทำเด็ดขาด
❌ อย่าเสนอราคาก่อนฟังปัญหาจบ
❌ อย่าพูดศัพท์ Tech เช่น n8n, Webhook, LLM ถ้าเขาไม่ถาม
❌ อย่าลืมถามว่าใครเป็น Decision Maker ตัวจริง
❌ อย่าจบ Meeting โดยไม่มี Next Action ชัดเจน
ส่ง Email ยืนยัน + เอกสาร ภายใน 1 ชม.
ทันที
One-pager + Workflow Blueprint แนบไปด้วย ตอกย้ำความเป็นมืออาชีพ
จดบันทึกทุกอย่างที่คุยลงใน CRM/Notion
จำเป็น
ปัญหา, งบ, ผู้ตัดสินใจ, Timeline — ก่อนลืมในวันต่อไป
Stage 03 — Deal Won
ดีล
ได้แล้ว!
ยินดีด้วย — แต่งานเพิ่งเริ่ม ทำตาม Checklist นี้ให้ครบ
ความคืบหน้า0 / 11
✓ ทำทันทีภายใน 24 ชั่วโมง — Momentum หายเร็วมาก
ภายใน 24 ชั่วโมง
ส่ง Proposal เป็นลายลักษณ์อักษร
ด่วน
Scope, Deliverable, ราคา, Timeline ชัดเจน อย่าพูดด้วยปากอย่างเดียว
เก็บ Deposit 50% ก่อนเริ่มงาน
ด่วน
ไม่มี Deposit = ไม่มี Kickoff ไม่มีข้อยกเว้น แม้จะเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก
ทำ Subcontractor Agreement กับ Freelancer
ด่วน
Scope, Deadline, ค่าจ้าง, NDA — ก่อนแชร์ข้อมูลลูกค้าให้ทีม
นัด Kickoff Meeting กำหนดวันเริ่มงาน
ด่วน
Timeline ชัดเจน ใครทำอะไร ส่งเมื่อไหร่ Milestone คืออะไร
ระหว่างทำงาน
อัปเดตลูกค้าทุกสัปดาห์
จำเป็น
แม้ไม่มีอะไรใหม่ ส่งรายงานสั้นๆ ว่าคืบหน้าถึงไหน ลูกค้าจะไม่กังวล
จด Change Request ทุกครั้งเป็นลายลักษณ์อักษร
เตือน
ถ้าขอเพิ่ม Scope นอก Agreement ต้องมี Change Order + ราคาใหม่ก่อนทำ
ทดสอบและ QC ก่อนส่ง
จำเป็น
ทุก Scenario ต้องทดสอบก่อน ไม่ให้ลูกค้าเจอ Bug หลัง Go-live
หลังส่งงาน
เก็บ Deposit 50% ส่วนที่เหลือ
ด่วน
ก่อน Go-live หรือส่งมอบงานจริง อย่ารอให้เขาโอนเอง
ขอ Testimonial / Review ทันที
จำเป็น
ขอตอนที่ลูกค้า Happy ที่สุด ใช้เป็น Social Proof สำหรับดีลถัดไป
เสนองานต่อหรือ Retainer
ควรทำ
"มีอะไรอยากให้ช่วยต่อไหมครับ?" ลูกค้าเก่าง่ายกว่าหาใหม่ 5–7 เท่า
ทำ Case Study จากโปรเจคนี้
จำเป็น
ปัญหา → สิ่งที่ทำ → ผลลัพธ์เป็นตัวเลข — Portfolio ชิ้นสำคัญที่สุด
Stage 04 — Deal Lost
ดีล
ไม่ได้
ทุก Rejection มีข้อมูลอยู่ในนั้น ใช้ให้เป็นประโยชน์
ความคืบหน้า0 / 7
ไม่เป็นไรครับ — ทุกดีลที่ไม่ได้คือบทเรียนที่ทำให้ดีลต่อไปดีขึ้น
ทำทันที
ถามเหตุผลตรงๆ
สำคัญมาก
"ขอถามตรงๆ นะครับ ที่ไม่ได้ครั้งนี้เป็นเพราะอะไร?" ข้อมูลนี้มีค่ามาก
ขอ Referral ก่อนจบ
ควรทำ
"มีคนรู้จักที่อาจสนใจบ้างไหมครับ?" แม้ไม่ได้ดีลนี้ ยังได้ Lead ใหม่
ขอ Follow-up ใน 1–3 เดือน
ควรทำ
"ขอติดตามอีกทีใน 2 เดือนได้ไหมครับ สถานการณ์อาจเปลี่ยน"
วิเคราะห์เพื่อพัฒนา
บันทึกว่าแพ้เพราะอะไร
จำเป็น
ราคา? Timing? ไม่เชื่อใจ? ไม่เห็นคุณค่า? แต่ละอันแก้ได้ต่างกัน
ถ้าแพ้เรื่องราคา — ตรวจ Positioning
วิเคราะห์
ราคาแพงจริง หรืออธิบายคุณค่าไม่ดีพอ? สองอย่างนี้แก้ต่างกันมาก
ถ้าแพ้เรื่องความเชื่อใจ — ต้องสร้าง Portfolio
วิเคราะห์
หา 1 Case Study จริง แม้ทำฟรี — ดีลต่อไปจะง่ายขึ้นทันที
โทรหา Lead ถัดไปใน 24 ชั่วโมง
สำคัญ
อย่าหยุด Momentum — Rejection ต้องทำให้โทรเร็วขึ้น ไม่ใช่ช้าลง
Stage 05 — Long Term
สร้าง
ระยะยาว
ทำให้ระบบธุรกิจวิ่งเอง ไม่ใช่แค่ปิดดีลได้ครั้งเดียว
ความคืบหน้า0 / 8
สร้าง Credibility
Case Study 1 ชิ้น จากคลินิกเพื่อน
เร่งด่วน
ปัญหา → สิ่งที่ทำ → ผลลัพธ์เป็นตัวเลข — Asset สำคัญที่สุดตอนนี้
Testimonial อย่างน้อย 2 ชิ้น
จำเป็น
ขอจากทุกคนที่คุยงานด้วย แม้เป็นงานเล็กหรือทดลองทำ
โพส Content ทุกสัปดาห์
ควรทำ
แชร์ความรู้ Workflow / AI ใน IG หรือ LinkedIn ไม่ต้องขาย คนจะมาหาเอง
สร้าง Pipeline
มี Lead List 10+ รายตลอดเวลา
จำเป็น
ถ้า Pipeline ว่าง รายได้หยุดใน 30–60 วัน ต้องหา Lead ต่อเนื่องเสมอ
Activate Partner อย่างน้อย 2 คน
จำเป็น
Partner ที่ Active = Pipeline ที่ไม่ต้องไปหาเอง ทำงานแทนคุณตลอดเวลา
Track ทุกดีลใน Notion หรือ Sheet
ควรทำ
Stage / ติดต่อล่าสุด / Next Action — ไม่ให้มีดีลหล่นเพราะลืม
สร้าง System ให้ตัวเอง
Proposal Template พร้อมใช้
จำเป็น
แก้แค่ชื่อและ Scope ส่งได้ใน 1 ชั่วโมง ไม่ต้องทำใหม่ทุกครั้ง
Freelancer Network 3+ คนที่ไว้ใจได้
จำเป็น
Dev, Designer, AI Specialist — รู้ Rate และความสามารถ พร้อมดึงได้เลย